COMMUNITY DEVELOPMENT
สาขาการพัฒนาชุมชน รุ่นที่ 21
สาขาการพัฒนาชุมชน รุ่น 21
Community Development
วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วิกฤตเศรษฐกิจข้าวไทย
ข้าว เป็นสิ่งที่คู่กับคนไทยมาช้านานทั่วทุกจังหวัด เกือบทั่วทั้งประเทศทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านของไทยเรา เติมโตอยู่ได้ด้วยการกินข้าว ชาวนาเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติที่ต้องทำงานหนัก “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” มีคนไทยจำนวนไม่น้อยในประเทศไทยที่ประกอบอาชีพทำนา ทั้งนาปี นาปัง ยังดีที่ไทยมีพื้นที่ในบางพื้นที่สามารถทำนาได้ 2 ครั้งต่อปี ประกอบกับแนวโน้มจากการส่งออกข้าวสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส ในทุกปีทำให้การส่งออกข้าวไทย ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ส่งผลดีต่อเกษตรชาวนา ทั่วทุกจังหวัด นับว่าเป็นข่าวดีของเกษตรกรชาวไทยทั่วทั้งทุกภาคของไทย โดยเฉพาะชาวนาทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวนากลุ่มนี้พากันเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าว เนื่องจากได้แรงจูงใจจากรัฐบาลที่จัดโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรชาวนา ประกอบกับข้อมูล กรมการค้าต่างประเทศ
การส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆปีที่ผ่านมา ในช่วงไตรมาสท้ายของปี แม้นว่าผลผลิตข้าวของจีนและปากีสถานและประเทศที่เราส่งออกข้าวโลกมีปริมาณ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีประมาณ 441.5 ล้านตันเนื่องจากผลผลิตข้าวแถบภูมิภาค อเมริกาและเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดีย บังกลาเทศ และ ฟิลิปปินส์ได้เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่การบริโภคข้าวของโลก โดยสูงกว่าผลผลิตข้าวร้อยละ 0.04 ซึ่งสูงสุด สำหรับการค้าข้าวโลก ซึ่งมีปริมาณ เพิ่มขึ้น โดยไทยจะส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นประมาณ 10.0 ล้านตัน สหรัฐฯ 3.6 ล้านตัน และอินเดีย 2.5 ล้านตัน ในขณะที่เวียดนามและปากีสถานจะส่งออกข้าวลดลงหรือปริมาณ 5.8 ล้านตัน และ 2.85 ล้านตัน ตามลำดับ

ข้าว เป็นสิ่งที่คู่กับคนไทยมาช้านานทั่วทุกจังหวัด เกือบทั่วทั้งประเทศทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านของไทยเรา เติมโตอยู่ได้ด้วยการกินข้าว ชาวนาเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติที่ต้องทำงานหนัก “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” มีคนไทยจำนวนไม่น้อยในประเทศไทยที่ประกอบอาชีพทำนา ทั้งนาปี นาปัง ยังดีที่ไทยมีพื้นที่ในบางพื้นที่สามารถทำนาได้ 2 ครั้งต่อปี ประกอบกับแนวโน้มจากการส่งออกข้าวสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส ในทุกปีทำให้การส่งออกข้าวไทย ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ส่งผลดีต่อเกษตรชาวนา ทั่วทุกจังหวัด นับว่าเป็นข่าวดีของเกษตรกรชาวไทยทั่วทั้งทุกภาคของไทย โดยเฉพาะชาวนาทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวนากลุ่มนี้พากันเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าว เนื่องจากได้แรงจูงใจจากรัฐบาลที่จัดโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรชาวนา ประกอบกับข้อมูล กรมการค้าต่างประเทศ
การส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆปีที่ผ่านมา ในช่วงไตรมาสท้ายของปี แม้นว่าผลผลิตข้าวของจีนและปากีสถานและประเทศที่เราส่งออกข้าวโลกมีปริมาณ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีประมาณ 441.5 ล้านตันเนื่องจากผลผลิตข้าวแถบภูมิภาค อเมริกาและเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดีย บังกลาเทศ และ ฟิลิปปินส์ได้เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่การบริโภคข้าวของโลก โดยสูงกว่าผลผลิตข้าวร้อยละ 0.04 ซึ่งสูงสุด สำหรับการค้าข้าวโลก ซึ่งมีปริมาณ เพิ่มขึ้น โดยไทยจะส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นประมาณ 10.0 ล้านตัน สหรัฐฯ 3.6 ล้านตัน และอินเดีย 2.5 ล้านตัน ในขณะที่เวียดนามและปากีสถานจะส่งออกข้าวลดลงหรือปริมาณ 5.8 ล้านตัน และ 2.85 ล้านตัน ตามลำดับ

จากข้อมูลกราฟข้างบน จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ของการผลิตข้าวสู่ตลาดโลกในภาพรวม ตั้งแต่ 3 ปีที่ผ่านมาของไทย พบกับวิกฤตการณ์อย่างไร ผลผลิตของไทยมีปริมาณสูงขึ้นในทุกๆปีที่ผ่านมาแบบขึ้นลงเป็นระดับแต่ปริมาณไม่คงที่ยังสลับกันขึ้นลงในแต่ละปีสังเกตปี 2551 จนถึงปี 2552 ปริมาณการส่งออกไม่คงตัว ปี 2551 มีปริมาณสูงถึง 448.6 ล้านตัน แต่มาปี 2552 ปริมาณ 441.5 ล้านตัน กลับมีปริมาณลดน้อยลงกว่าเดิม ถึง 7.1002 ล้านตัน จะเห็นได้ว่า การผลิตจะไม่คงตัว มีทั้งเพิ่มทั้งลด เกิดจากข้าวที่ข้างอยู่ในสต็อกในแต่ล่ะปีที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ไทยไม่สามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เนื่องจากประเทศอื่นๆที่นำเข้าข้าวจากไทยได้ลดปริมาณการนำเข้าลดลง แต่ในทางกลับกันจำนวนที่บริโภคยังสูสีกับการผลิตอยู่จึงยังไม่น่าเป็นห่วง
ตารางแสดง ผลลิต การใช้ การค้า และสต็อกข้าวโลก หน่วย : ล้านตัน
ประเทศ | ผลผลิต | การบริโภค | การนำเข้า | การส่งออก | สต็อกปลายปี |
โลก ปี 2550 | 433.6 | 428.0 | 29.7 | 29.7 | 80.6 |
ปี 2551 | 448.2 | 437.7 | 29.2 | 29.2 | 91.1 |
ปี 2552 | 441.5 | 438.2 | 30.1 | 30.1 | 94.5 |
ปี 2553 | 452.5 | 452.7 | 30.5 | 30.5 | 94.3 |
ประเทศผู้ส่งออก ประเทศที่มีการส่งออกข้าวเยอะสุดจะเห็นเป็นประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน รองลงมา คือ ประเทศ อินเดีย เวียดนาม ไทย สหรัฐอเมริกากา และปากีสถาน ตามลำดับ ไทยเราอยู่ในอันดับ 4 ใน 6 ประเทศ ประเทศที่มีส่งออกมากสังเกตเห็นจะไม่มีการนำเข้าข้าวที่น้อย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ไม่ทำสัญญาขายข้าวใหม่ๆ เนื่องจากประสบอุปสรรคการจัดหาข้าวประกอบกับราคาข้าวโดยทั่วไปยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างมีเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกสูง นอกจากนี้มีข่าวว่าผู้ส่งออกข้าวยกเลิกสัญญาข้าวบางส่วนที่ระบุราคาขายต่ำกว่าราคา MEP ในขณะที่รัฐบาลได้สั่งการให้จังหวัดประกาศห้ามสร้างสนามกอล์ฟในเขตพื้นที่การเกษตรเพื่อคุ้มครองพื้นที่แหล่งผลผลิตอาหารรวมทั้งสังการให้ Vinafood II เร่งสร้างไซโลขนาดใหญ่บรรจุข้าว กำหนดให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2554
หน่วย : ล้านตัน
หน่วย : ล้านตัน
ประเทศ | ผลผลิต | การบริโภค | การนำเข้า | การส่งออก | สต็อกปลายปี |
ประเทศผู้ส่งออกปี 2553 | |||||
สาธารณรัฐประชาชนจีน | 136.0 | 135.0 | 0.3 | 0.9 | 41.3 |
อินเดีย | 97.0 | 96.0 | - | 2.5 | 19.0 |
เวียดนาม | 24.8 | 19.5 | 0.5 | 5.8 | 1.4 |
ไทย | 20.4 | 9.9 | ** | 10.0 | 7.5 |
สหรัฐอเมริกา | 7.6 | 4.0 | 0.7 | 3.6 | 1.6 |
ปากีสถาน | 5.3 | 3.0 | - | 2.9 | 0.8 |
ประเทศผู้นำเข้าข้าวปี 2553 | |||||
ฟิลิปปินส์ | 10.8 | 13.7 | 2.5 | - | 2.1 |
ไนจีเรีย | 3.6 | 5.5 | 1.9 | - | 0.5 |
อิหร่าน | 2.1 | 3.4 | 1.2 | - | 0.4 |
อิรัก | 0.98 | 1.2 | 1.2 | - | 0.1 |
บทสรุป
จากข้อมูลข้างบนสามารถสรุปได้ว่า จะมีปริมาณการส่งออกข้าวไทยเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ดูข้อมูลที่เปรียบเทียบในระยะ 4 ปี เปรียบเทียบกัน ผลผลิตข้าวปี 2552 มีปริมาณ 44.1 ล้านตัน การบริโภคข้าวโลก 438.2 ล้านตัน สำหรับการค้าข้าวจะยังคงมีปริมาณ 30.1 ล้านตัน เมื่อเปรียบเทียบกับการส่งออกข้าวในปี 2553 ก็ยังคงมากกว่าข้าวที่เหลือในสต็อก แต่จุดเสี่ยงของการส่งออกข้าวไทยคือ การนำเข้ากับการส่งออกมีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน แนวโน้มอีก 2-3 ปีข้างหน้าอาจเสี่ยงต่อการนำเข้ามากกว่าการส่งออกหรืออยู่ตัว เพราะดูจากตัวเลขข้อมูลไม่ห่างกันมากนัก ปี 2552 การนำเข้าอยู่ที่ 30.1 ล้านตัน การส่งออก 30.1 เปรียบเทียบกับข้อมูล ปี 2553 การนำเข้า 30.5 ล้านตัน การส่งออก 30.5 ล้านตัน พบว่าตัวเลขการส่งออกกับนำเข้าเท่ากันอาจจะทำให้ไทยต้องเจอวิกฤตจากการนำเข้าข้าวจากประเทศอื่นหรือส่งออกก็ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าข้อเสนอแนะ
1. จากข้อมูลการส่งออก และ การนำเข้า มีตัวเลขใกล้เคียงกันมาก ไทยต้องเร่งการเจรจาหาตลาดส่งออกข้าวเพื่อที่จะให้ส่งออกมากกว่า การนำเข้าเพราะจะทำให้รายได้ของประเทศเพิ่มมากขึ้น2. เน้นการส่งเสริมการผลิตข้าวให้มากโดยให้ทางหน่วยงานภาครัฐรีบเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเกษตรที่ประสบกับปัญหาต่างๆ อย่างเร่งด่วน3. มีการประชุม/เจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งออกข้าวมากขึ้น4. หาแนวทางร่วมกับกลุ่มเกษตรกรชาวนาเพื่อพัฒนาพันธ์ข้าว5. ผลักดันข้าวหอมมะลิไทยคุณภาพดีจากแหล่งผลิตสู่ตลาดโลก6. การจัดการส่งเสริมการตลาด7. การส่งเสริมการผลิตและการตลาดข้าวอินทรีย์8. ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเอกสารอ้างอิง: กรมการค้าต่างประเทศสำนักงานบริหารข้าวบทความวิกฤเศรษฐกิจข้าวไทย
นางสาวโสลิยา สาแก้ว รหัสนิสิต 52010119128
ระบบปกติ สาขาการพัฒนาชุมชน #2
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

